เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรม เดอะ ควอเตอร์ รัชโยธิน ฝ่ายประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพื่อการผลิตนวัตกรรม (Medical Innovation Development and Assessment Support: MIDAS) ภายใต้มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP Foundation) ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (MED CMU Health Innovation Center: MEDCHIC) และสถาบัน เค อะโกร อินโนเวท (K Agro Innovate) ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย ได้จัดงาน MIDAS Medical Innovation Matching 2025 เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงนักพัฒนานวัตกรรมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทยสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในระบบสุขภาพและเชิงพาณิชย์
เวที MIDAS Medical Innovation Matching 2025 ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการจัดประกวด MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครถึง 152 ผลงาน และผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือ 5 ทีมสุดท้ายที่ได้ร่วมเสนอผลงานแก่หน่วยงานลงทุนสนับสนุนนวัตกรรม
ดร. ธีรวัฒน์ วิวัฒน์พาณิชย์ ผู้จัดการแผนงานวิจัยและนักวิจัยฝ่าย MIDAS ได้กล่าวเปิดงาน ซึ่งเน้นย้ำถึงเป้าหมายของงานในการผลักดันนวัตกรรมการแพทย์ที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในระบบสุขภาพของประเทศ โดยชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้านวัตกรรมทางการแพทย์จากต่างประเทศเป็นหลัก แม้จะมีผลงานวิจัยจากนักพัฒนาไทยที่มีคุณภาพจำนวนมาก “เราริเริ่มโครงการนี้เพื่อค้นหาและต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ เพื่อเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยนวัตกรรมที่เข้าร่วมในวันนี้ มีทั้งเทคโนโลยีการแพทย์เฉพาะบุคคล การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวินิจฉัย ไปจนถึงสารสกัดทางเลือกใหม่เพื่อการรักษา ซึ่งล้วนแต่สะท้อนศักยภาพของนักพัฒนาคนไทย”
สำหรับนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย อุปกรณ์การแพทย์แบบมีรูพรุนเฉพาะบุคคลที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติ, สารสกัดตำรับทดแทนสารสเตรียรอยด์ และยาทาภายนอกหรับใช้รักษาอาการโรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง, เทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำเพื่อสร้างกระดูกเฉพาะบุคคล, Smile Migraine ระบบบันทึก วิเคราะห์ รักษาและติดตามโรคปวดศีรษะไมเกรนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์, BiTNet แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ สำหรับช่วยวินิจฉัยความผิดปกติในช่องท้องส่วนบน ผ่านภาพถ่ายอัลตราซาวน์
เวทีนี้ยังได้รับความสนใจจากแหล่งทุนและผู้สนับสนุนจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เมืองไทยประกันชีวิต, กรุงไทย เวนเจอร์ส, Disrupt Health Impact Fund และ Vectors Capital
ในช่วงบรรยายพิเศษ ดร.อาภาภรณ์ สุทธิพัฒนสมบุญ นักวิจัยฝ่าย MIDAS ได้นำเสนอหัวข้อ Market Access for MedTech inThailand โดยอธิบายว่า การเข้าถึงตลาดของนวัตกรรมทางการแพทย์ในไทยไม่เพียงแต่อยู่ที่คุณภาพผลิตภัณฑ์ แต่ยังต้องสอดคล้องกับโครงสร้างของระบบหลักประกันสุขภาพที่ประกอบด้วย 3 กองทุนหลัก (สปสช., ประกันสังคม, และสวัสดิการข้าราชการ) และนวัตกรรมจะเข้าสู่ระบบได้ต้องผ่านกระบวนการประเมินตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ด้วยเครื่องมือ HTA (Health Technology Assessment) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ผลกระทบทางงบประมาณ ความเป็นไปได้ในการใช้จริง และจริยธรรม
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน MIDAS Medical Innovation Matching 2025 คือการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งนักลงทุนและหน่วยงานสนับสนุน เพื่อสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีและโอกาสในการเข้าสู่ตลาด โดยเน้นการนำเสนอผ่านมุมมองด้านตลาดและการใช้งานจริง พร้อมรับคำถามเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
ปิดท้ายเวทีด้วยมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม โดยคุณจารุเดช คุณะดิลก ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มาร่วมถ่ายทอดโอกาสและความท้าทายของการต่อยอดผลงานสู่ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งกล่าวสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยที่มีโรงงานเครื่องมือแพทย์กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ แต่ยังขาดระบบเชื่อมโยงกับนักพัฒนาและผู้ใช้งานอย่างโรงพยาบาลหรือผู้ป่วย สภาฯ จึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมของเครือข่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนานวัตกรรมรายย่อยสามารถร่วมมือกับภาคการผลิตระดับอุตสาหกรรม
MIDAS Medical Innovation Matching 2025 จึงนับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศของนวัตกรรมสุขภาพไทย ด้วยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ การสนับสนุน และผู้มีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้นวัตกรรมฝีมือคนไทยก้าวข้ามอุปสรรคด้านตลาด และสามารถนำไปใช้จริงในระบบสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม


